วิธีเลือกแผน MEALZO: รูปแบบอาหาร แคลอรี จำนวนมื้อ และระยะเวลา
การเลือกแผนอาหารดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย จนกระทั่งต้องตัดสินใจหลายอย่างพร้อมกัน ทั้ง Balanced หรือ High Protein, 1500 หรือ 2000 kcal, สามมื้อหรือห้ามื้อ และแพ็กเกจสั้นสามวันหรือยาวทั้งเดือน แต่ละตัวเลือกส่งผลต่อการใช้แผนในชีวิตประจำวันต่างกัน ดังนั้นการแยกตัดสินใจทีละเรื่องจึงง่ายกว่าการพยายามหาคำตอบทั้งหมดพร้อมกัน
คำถามที่ใช้งานได้จริงไม่ใช่ว่าตัวเลือกไหนดูเคร่งครัดที่สุดหรือน่าประทับใจที่สุด แต่คือชุดตัวเลือกแบบไหนที่คุณสามารถใช้ได้จริง ขณะทำงาน เดินทางไปมา กินข้าวกับคนอื่น และรับมือกับความไม่แน่นอนตามปกติของชีวิตในกรุงเทพฯ
MEALZO ให้คุณเลือกองค์ประกอบหลักสี่อย่าง ได้แก่ รูปแบบอาหาร ระดับแคลอรีต่อวัน จำนวนมื้อต่อวัน และระยะเวลาของแพ็กเกจ ส่วนสไตล์อาหารและการแจ้งสารก่อภูมิแพ้เป็นอีกชั้นหนึ่งของการตั้งค่า แต่ควรช่วยสนับสนุนตัวเลือกพื้นฐานเหล่านี้ ไม่ใช่ทำให้การเลือกซับซ้อนขึ้น
คู่มือนี้อธิบายวิธีเลือกแผน MEALZO ทีละขั้น ตั้งแต่ความแตกต่างของแต่ละตัวเลือก ไปจนถึงกรณีที่ตัวเลือกซึ่งดูเหมือนชัดเจนที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับชีวิตจริงที่สุด

1. เริ่มจากสิ่งที่คุณต้องการเปลี่ยนในรูปแบบการกินจริง ๆ
MEALZO มีแผนอาหาร 12 แบบ ได้แก่ Balanced, Weight Loss, High Protein, Vegetarian, Vegan, Keto, Low-Carb, Gluten Free, Easy-to-Digest, Pescatarian, No Fish & Seafood และ Dairy & Egg Free
รายการนี้ค่อนข้างกว้าง แต่คุณไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบทั้ง 12 แบบอย่างละเอียดเท่ากัน เริ่มจากถามตัวเองก่อนว่าคุณต้องการให้แผนอาหารช่วยควบคุมเรื่องอะไร
สำหรับบางคน คำตอบคือความชอบเป็นหลัก พวกเขาอาจเลือก Vegetarian, Vegan หรือ Pescatarian เพราะเป็นรูปแบบการกินที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ส่วนบางคนให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่ต้องการกินมากกว่า ซึ่งทำให้ No Fish & Seafood หรือ Dairy & Egg Free มีความเกี่ยวข้องมากกว่า
แผนอย่าง Balanced, High Protein, Keto และ Low-Carb อธิบายรูปแบบการกินโดยรวม มากกว่าการตัดวัตถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่งออก Weight Loss เป็นตัวเลือกแผนอีกประเภทหนึ่ง แต่การเลือกแผนนี้ไม่ได้ทำให้การเลือกระดับแคลอรีหายไป ชื่อแผนกับระดับแคลอรีเป็นการตัดสินใจคนละเรื่องกัน
| แผน | จุดเริ่มต้นที่เหมาะ หากคุณต้องการ... |
|---|---|
| Balanced | เลือกรูปแบบที่ค่อนข้างทั่วไป โดยไม่เจาะจงไปยังแผนประเภทเฉพาะมากนัก |
| Weight Loss | เลือกหมวดเมนู Weight Loss โดยยังตั้งค่าแคลอรีแยกต่างหาก |
| High Protein | เลือกหมวดเมนู High Protein |
| Vegetarian | งดเนื้อสัตว์และปลาในรูปแบบอาหารมังสวิรัติ |
| Vegan | เลือกหมวดอาหารวีแกน |
| Keto | เลือกหมวดเมนู Keto |
| Low-Carb | เลือกแผนคาร์โบไฮเดรตต่ำแทน Keto |
| Gluten Free | เลือกหมวด Gluten Free |
| Easy-to-Digest | เลือกหมวด Easy-to-Digest |
| Pescatarian | เลือกรูปแบบการกินแบบ pescatarian |
| No Fish & Seafood | ตัดปลาและอาหารทะเลออกผ่านแผนที่ออกแบบมาเฉพาะ |
| Dairy & Egg Free | ตัดผลิตภัณฑ์นมและไข่ออกผ่านแผนที่ออกแบบมาเฉพาะ |
ตารางนี้มีไว้ช่วยจำกัดตัวเลือก ไม่ใช่การกล่าวอ้างด้านสุขภาพ ชื่อแผนอธิบายประเภทที่คุณกำลังเลือก แต่ไม่ได้บอกว่าร่างกายของคุณจะตอบสนองอย่างไร
ประเด็นสำคัญ: เลือกรูปแบบอาหารตามลักษณะการกินหรือข้อจำกัดด้านอาหารที่คุณต้องการจริง ๆ แล้วค่อยพิจารณาเรื่องแคลอรีเป็นอีกขั้นหนึ่ง
2. อย่าใช้ชื่อแผนเป็นทางลัดในการเลือกแคลอรี
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ง่ายเวลาจะเลือกแผนอาหารสำเร็จรูป คือคิดว่าชื่อแผนอาหารสามารถตอบคำถามเรื่องแคลอรีแทนคุณได้โดยอัตโนมัติ
ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น
MEALZO มีระดับแคลอรีต่อวันให้เลือกหกระดับ ได้แก่ 1200, 1500, 1800, 2000, 2200 และ 2500 kcal ตัวเลือกระดับแคลอรีเหล่านี้อยู่แยกจากประเภทแผนอาหาร คนที่เลือก Balanced ก็ยังต้องเลือกระดับแคลอรี เช่นเดียวกับ High Protein, Vegan, Keto, Weight Loss และแผนอื่น ๆ
การแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันมีความสำคัญ เพราะคนสองคนสามารถเลือกแผนอาหารประเภทเดียวกัน แต่ต้องการปริมาณอาหารต่อวันต่างกันมากได้ รูปแบบการทำงาน ขนาดร่างกาย และพฤติกรรมการกินตามปกติของแต่ละคนอาจแตกต่างกันอย่างชัดเจน
MEALZO มีเครื่องคำนวณแคลอรีในแอปโดยใช้สูตร Mifflin-St Jeor ซึ่งเป็นการประมาณค่า ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ความแตกต่างนี้ควรเข้าใจให้ชัด เครื่องคำนวณสามารถให้จุดเริ่มต้นที่มีเหตุผลได้ แต่ไม่สามารถรับรู้รายละเอียดทั้งหมดของชีวิตประจำวันของคุณ
หากต้องการพิจารณาเรื่องนี้ละเอียดขึ้น คุณสามารถ เปรียบเทียบระดับแคลอรีทั้งหกระดับที่มีให้เลือก ก่อนเลือกแพ็กเกจ
ระดับแคลอรีทั้งหกระดับเปลี่ยนอะไรบ้าง
ตัวเลือกที่มีให้ค่อนข้างตรงไปตรงมา:
| ระดับต่อวัน | ความหมายในตัวเลือกของ MEALZO |
|---|---|
| 1200 kcal | ระดับแคลอรีต่อวันที่ต่ำที่สุดที่มีให้เลือก |
| 1500 kcal | ระดับที่สองจากด้านล่าง |
| 1800 kcal | ตัวเลือกระดับกลางที่ต่ำกว่า 2000 kcal |
| 2000 kcal | หนึ่งในตัวเลือกระดับกลางค่อนไปทางสูง |
| 2200 kcal | ระดับแคลอรีต่อวันที่สูงขึ้น |
| 2500 kcal | ระดับแคลอรีต่อวันที่สูงที่สุดที่มีให้เลือก |
ไม่มีตัวเลขใดในตารางที่เป็นระดับ “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน การเลือกตัวเลขที่ต่ำที่สุดเพียงเพราะมันต่ำที่สุดไม่ใช่วิธีตัดสินใจที่มีเหตุผล เช่นเดียวกับการเลือกอาหารมากขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะกังวลว่าจะหิว ก็อาจทำให้คุณพลาดวัตถุประสงค์ของการวางแผนปริมาณอาหารตั้งแต่แรก
ใช้ค่าประมาณจากเครื่องคำนวณ เปรียบเทียบกับปริมาณอาหารที่คุณกินตามปกติ และพิจารณาว่าอาหารจาก MEALZO จะเป็นอาหารทั้งหมดที่วางแผนไว้ในวันนั้น หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณกินตลอดวัน

3. ตัดสินใจว่าคุณต้องการสามมื้อหรือห้ามื้อ
หลังจากเลือกรูปแบบอาหารและแคลอรีแล้ว จำนวนมื้อเป็นการตัดสินใจเชิงปฏิบัติขั้นต่อไป MEALZO มีให้เลือกสามหรือห้ามื้อต่อวัน
การตัดสินใจเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแนวคิดทางโภชนาการว่าแบบไหนเหนือกว่า แต่เกี่ยวกับว่าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างไรจริง ๆ
สามมื้ออาจเหมาะกับคนที่มีตารางชีวิตแบ่งตามมื้อเช้า กลางวัน และเย็น หรือมีช่วงกินอาหารหลักสามช่วงอย่างชัดเจน ส่วนห้ามื้อแบ่งอาหารที่วางแผนไว้ในแต่ละวันออกเป็นหลายช่วงมากขึ้น ซึ่งอาจเข้ากับคนที่ชอบกินบ่อยกว่า
ไม่มีรูปแบบไหนที่เคร่งครัดกว่าโดยตัวมันเอง แผนห้ามื้ออาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากหากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่นอกสถานที่ที่สามารถนั่งกินอาหารได้สะดวก ขณะที่แผนสามมื้ออาจไม่เข้ากับคนที่ปกติกินอาหารมื้อเล็กหลายครั้งตลอดวัน
ถามตัวเองว่า:
- ในวันทำงานปกติ คุณหยุดกินอาหารได้จริงกี่ครั้ง?
- คุณกินอาหารนอกแผนกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือครอบครัวเป็นประจำหรือไม่?
- โดยปกติคุณอยู่บ้าน อยู่สำนักงาน เดินทางไปประชุม หรือเคลื่อนที่ไปทั่วกรุงเทพฯ มากกว่ากัน?
- การมีอาหารที่วางแผนไว้ห้ามื้อจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น หรือกลายเป็นห้าช่วงเวลาที่ต้องจัดการเพิ่มเติม?
- สามมื้อจะเหลือความยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับกิจวัตรปกติส่วนอื่นของคุณหรือไม่?
หากเรื่องนี้เป็นจุดที่คุณลังเลมากที่สุด คุณสามารถ เปรียบเทียบรูปแบบ 3 มื้อและ 5 มื้อแบบละเอียด
ประเด็นสำคัญ: จำนวนมื้อที่เหมาะคือจำนวนที่เข้ากับช่วงเวลาที่คุณสามารถกินได้จริง ไม่ใช่จำนวนที่ดูเป็นระบบมากกว่าบนกระดาษ
4. เลือกระยะเวลาแพ็กเกจให้เหมาะกับระดับความมั่นใจของคุณ
แพ็กเกจ MEALZO มีให้เลือก 3, 7, 14 หรือ 30 วัน
ตัวเลือกที่ยาวที่สุดไม่ได้แปลว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป ระยะเวลาควรสะท้อนว่าคุณมั่นใจแค่ไหนกับชุดตัวเลือกของแผน รูปแบบแคลอรี และจำนวนมื้อที่เลือกไว้
แพ็กเกจสามวันอาจเหมาะหากคุณยังต้องการทดลองว่ารูปแบบโดยรวมเข้ากับตารางชีวิตหรือไม่ เจ็ดวันให้ภาพที่ชัดขึ้นตลอดหนึ่งสัปดาห์ สิบสี่วันให้ความต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนแพ็กเกจ 30 วันเป็นตัวเลือกที่ยาวที่สุดสำหรับคนที่รู้แล้วว่าต้องการโครงสร้างแบบไหน
| ระยะเวลา | เหมาะสำหรับพิจารณาเมื่อ... | ข้อแลกเปลี่ยนหลัก |
|---|---|---|
| 3 วัน | คุณต้องการเริ่มต้นแบบสั้น ๆ เพื่อทำความรู้จักกับรูปแบบ | มีเวลาจำกัดในการดูว่าแผนเข้ากับวันที่แตกต่างกันอย่างไร |
| 7 วัน | คุณต้องการดูว่าแผนเข้ากับชีวิตตลอดทั้งสัปดาห์หรือไม่ | ยังถือว่าสั้นเมื่อเทียบกับการสร้างกิจวัตรที่ต่อเนื่องกว่า |
| 14 วัน | คุณต้องการความต่อเนื่องมากขึ้นก่อนตัดสินใจเลือกหนึ่งเดือน | ยืดหยุ่นน้อยกว่าการเริ่มด้วยแพ็กเกจระยะสั้น |
| 30 วัน | คุณมีความชัดเจนแล้วเรื่องแผน แคลอรี และจำนวนมื้อ | ต้องมั่นใจกับการตั้งค่าที่เลือกมากกว่า |
แพ็กเกจระยะสั้นไม่ได้มีไว้สำหรับผู้เริ่มต้นเท่านั้น มันอาจมีประโยชน์ในช่วงที่กิจวัตรปกติของคุณเปลี่ยนไปชั่วคราวเช่นกัน ในทางกลับกัน หากแต่ละวันของคุณค่อนข้างคงที่และรู้แล้วว่ารูปแบบไหนเหมาะ การเลือกแพ็กเกจที่สั้นที่สุดซ้ำ ๆ อาจทำให้ต้องตัดสินใจใหม่โดยไม่จำเป็น
คู่มือเฉพาะเรื่อง การเลือกระหว่าง 3, 7, 14 และ 30 วัน อธิบายข้อแลกเปลี่ยนเหล่านี้ละเอียดขึ้น

5. มองการจัดส่งในกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของแผน ไม่ใช่เรื่องที่ค่อยคิดทีหลัง
การวางแผนอาหารอาจใช้งานได้ยากกว่าที่คิด หากตารางอาหารกับตารางจัดส่งไม่เข้ากับชีวิตจริงของคุณ
MEALZO จัดส่งทั่วกรุงเทพฯ โดยมีสองช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า 06:00-09:00 และช่วงเย็น 17:00-20:00
ควรนำสองช่วงเวลานี้มาพิจารณาตั้งแต่ตอนเลือกแพ็กเกจ โดยเฉพาะหากคุณเริ่มวันเร็ว เลิกงานดึก หรือตารางแต่ละวันเปลี่ยนแปลงมาก
ช่วงเช้าอาจเหมาะกับบ้านหนึ่งมาก แต่อาจไม่สะดวกเลยสำหรับอีกบ้านหนึ่ง เช่นเดียวกับช่วงเย็น คำถามมีเพียงว่าช่วงเวลาไหนเข้ากับสถานที่ที่คุณน่าจะอยู่ได้อย่างสม่ำเสมอมากกว่า
ลองพิจารณารายละเอียดในชีวิตจริงก่อนเลือก:
- โดยปกติคุณอยู่ที่จุดรับสินค้าในช่วง 06:00-09:00 หรือไม่?
- ช่วง 17:00-20:00 คาดเดาได้ง่ายกว่าสำหรับตารางของคุณหรือไม่?
- รูปแบบการทำงานของคุณแตกต่างกันมากระหว่างวันทำงานกับวันอื่นหรือไม่?
- คุณต้องออกจากสถานที่รับอาหารเป็นประจำหรือไม่?
- คุณกำลังเลือกห้ามื้อทั้งที่ตารางชีวิตทำให้การพกหรือจัดการอาหารหลายมื้อเป็นเรื่องยุ่งยากหรือไม่?
คำถามเหล่านี้ฟังดูธรรมดา ซึ่งนั่นเองคือเหตุผลว่าทำไมจึงสำคัญ แผนอาหารที่เหมาะในทางทฤษฎีจะมีประโยชน์น้อยลง หากเรื่องการจัดส่งและตารางชีวิตขัดกันอยู่ตลอดเวลา
6. เลือกสไตล์อาหารที่คุณกินซ้ำได้โดยไม่รู้สึกฝืน
MEALZO มีสไตล์อาหารให้เลือก Thai, International และ Mixed
สไตล์อาหารอาจดูเป็นเรื่องรองเมื่อเทียบกับแคลอรีหรือข้อจำกัดด้านอาหาร แต่มีผลต่อความรู้สึกเมื่อใช้แผนต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังพิจารณาแพ็กเกจ 14 หรือ 30 วัน
Thai อาจเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติหากคุณชอบกินอาหารไทยเป็นประจำ International ให้ทิศทางที่แตกต่างออกไป ส่วน Mixed เหมาะเมื่อคุณไม่ต้องการผูกแพ็กเกจไว้กับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้ซับซ้อนเกินไป คุณไม่ได้กำลังหาว่าสไตล์อาหารใด “ดีกว่า” แบบเป็นสากล แต่กำลังเลือกว่าสไตล์แบบไหนที่คุณสามารถกินซ้ำภายในแผนที่เลือกได้อย่างสบายใจ
หากคุณชอบสลับระหว่างอาหารไทยกับอาหารนานาชาติ Mixed ก็มีข้อดีในเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน แต่หากคุณชอบสไตล์ใดเป็นพิเศษ การเลือกสไตล์นั้นโดยตรงอาจเหมาะกว่า
คุณสามารถ เปรียบเทียบตัวเลือก Thai, International และ Mixed หากสไตล์อาหารมีแนวโน้มจะส่งผลต่อความสบายใจในการใช้แพ็กเกจระยะยาว
ประเด็นสำคัญ: สไตล์อาหารมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อระยะเวลาแพ็กเกจนานขึ้น เพราะคุณจะพบกับสไตล์ที่เลือกซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงมื้อเดียว
7. แยกการแจ้งสารก่อภูมิแพ้ออกจากชื่อแผนอาหาร
หมวดแผนอาหารและระบบจัดการสารก่อภูมิแพ้แก้ปัญหาคนละเรื่องกัน
MEALZO ให้ลูกค้าแจ้งสารก่อภูมิแพ้จากทั้งหมดเก้ากลุ่ม เมื่อมีการแจ้งสารก่อภูมิแพ้ ระบบจะไม่จัดสรรเมนูที่มีสารก่อภูมิแพ้ที่ลูกค้าแจ้งไว้ให้กับคนนั้น
นี่คือคำอธิบายกลไกการจัดสรรเมนู ไม่ควรตีความต่อไปว่าเป็นการรับประกันว่าอาหารจะปราศจากสารก่อภูมิแพ้
ความแตกต่างนี้สำคัญเมื่อเปรียบเทียบ เช่น แผน Gluten Free หรือ Dairy & Egg Free กับการแจ้งสารก่อภูมิแพ้ ชื่อแผนอธิบายประเภทของแผนอาหารที่คุณเลือก ส่วนระบบสารก่อภูมิแพ้จะมีผลต่อเมนูที่จะถูกจัดสรรตามสิ่งที่คุณแจ้งไว้แยกต่างหาก
หากการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ชนิดใดชนิดหนึ่งมีความสำคัญสำหรับคุณ ให้ใช้ระบบแจ้งสารก่อภูมิแพ้ แทนที่จะสันนิษฐานว่าชื่อแผนอาหารประเภทอื่นจะครอบคลุมสถานการณ์เฉพาะของคุณโดยอัตโนมัติ
ในทำนองเดียวกัน ไม่ควรเลือกแผนที่ดูเหมือนมีข้อจำกัดมากกว่าเพียงเพราะรู้สึกว่าน่าจะตัดอาหารออกได้มากกว่า เลือกแผนที่คุณต้องการจริง ๆ แล้วแจ้งกลุ่มสารก่อภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องแยกต่างหาก
วิธีง่าย ๆ ในการแยกระบบทั้งสองออกจากกัน
- แผนอาหาร: กำหนดประเภทแผนที่คุณสั่ง
- การแจ้งสารก่อภูมิแพ้: บอกระบบไม่ให้จัดสรรเมนูที่มีสารก่อภูมิแพ้ที่คุณแจ้งไว้
- ระดับแคลอรี: กำหนดระดับแคลอรีต่อวันที่คุณเลือก
- จำนวนมื้อ: กำหนดว่าแผนประจำวันของคุณมีสามหรือห้ามื้อ
- ระยะเวลา: กำหนดว่าแพ็กเกจของคุณใช้เวลา 3, 7, 14 หรือ 30 วัน
การตั้งค่าเหล่านี้ทำงานร่วมกัน แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจเรื่องเดียวกันทั้งหมด
8. วางแผนให้เข้ากับชีวิตปกติ รวมถึงมื้อที่คุณจะไปกินข้างนอก
การใช้บริการส่งอาหารตามแผนไม่ได้ทำให้ร้านอาหาร มื้อกับครอบครัว อาหารกลางวันจากงาน หรือการนัดพบทางสังคมหายไป
ประเด็นนี้ยิ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตในกรุงเทพฯ ซึ่งตารางการกินของคุณอาจเปลี่ยนไปในแต่ละวัน บางวันอาจเป็นวันทำงานที่เป็นระบบ แต่ช่วงเย็นคาดเดาแทบไม่ได้ คุณอาจกินอาหารส่วนใหญ่ที่บ้านแต่ยังมีนัดกินกลางวันเป็นครั้งคราว หรือใช้บริการอาหารจัดส่งเป็นหลักเพื่อลดจำนวนการตัดสินใจระหว่างวันทำงาน
คุณไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเหมือนมื้ออาหารนอกแผนเหล่านั้นจะหยุดเกิดขึ้น
สิ่งที่ควรทำคือกำหนดว่าคุณต้องการให้ MEALZO จัดโครงสร้างให้กี่ส่วนของวัน สามมื้ออาจเพียงพอหากคุณตั้งใจเว้นพื้นที่ไว้สำหรับมื้ออื่นนอกแพ็กเกจ ส่วนห้ามื้ออาจเหมาะกว่าเมื่อคุณต้องการให้อาหารส่วนใหญ่ในวันถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า
ตรงนี้ยังเป็นจุดที่ต้องมองระดับแคลอรีร่วมกับบริบทด้วย ระดับแคลอรีที่เลือกอธิบายปริมาณในแผน MEALZO ของวันนั้น ปริมาณที่คุณกินจริงทั้งวันอาจต่างออกไปหากคุณเพิ่มอาหารหรือเครื่องดื่มจากนอกแผน นี่ไม่ใช่เรื่องของการทำผิดหรือทำไม่ดี แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเข้าใจว่าแผนที่เลือกครอบคลุมอะไร
ยิ่งคุณยอมรับรูปแบบชีวิตจริงของตัวเองอย่างแม่นยำก่อนสั่งมากเท่าไร โอกาสที่จะเลือกแพ็กเกจจากภาพชีวิตในอุดมคติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ยิ่งน้อยลง

9. ใช้ลำดับการตัดสินใจที่เรียบง่าย
หากจำนวนชุดตัวเลือกทั้งหมดดูเยอะเกินไป ให้ตัดสินใจตามลำดับที่ชัดเจน
เริ่มจากเลือกรูปแบบอาหาร จากนั้นเลือกระดับแคลอรี ต่อด้วยสามหรือห้ามื้อ แล้วจึงเลือกระยะเวลาแพ็กเกจและสไตล์อาหาร สุดท้ายตรวจสอบช่วงเวลาจัดส่งและการแจ้งสารก่อภูมิแพ้
ในทางปฏิบัติ:
- เลือกหมวดแผนที่ตรงกับรูปแบบการกินที่คุณต้องการ
- ใช้เครื่องคำนวณแคลอรีเป็นค่าประมาณ แล้วเลือกระหว่าง 1200, 1500, 1800, 2000, 2200 หรือ 2500 kcal
- ตัดสินใจว่าสามหรือห้ามื้อต่อวันเข้ากับตารางของคุณมากกว่า
- เลือก 3, 7, 14 หรือ 30 วันตามระดับความมั่นใจในชุดการตั้งค่านั้น
- เลือกสไตล์ Thai, International หรือ Mixed
- แจ้งสารก่อภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ
- เลือกช่วงเวลาจัดส่งที่เข้ากับวันของคุณ: 06:00-09:00 หรือ 17:00-20:00
ลำดับนี้มีประโยชน์เพราะแต่ละขั้นกำลังตอบคำถามคนละข้อ คุณจึงไม่ใช้ระดับแคลอรีแทนการเลือกรูปแบบอาหาร หรือใช้ชื่อแผนอาหารแทนการแจ้งสารก่อภูมิแพ้
10. ตรวจสอบชุดตัวเลือกทั้งหมดอีกครั้งก่อนสั่ง
ก่อนกดสั่ง ให้มองการตั้งค่าทั้งหมดเป็นแพ็กเกจเดียว แทนที่จะมองว่าเป็นตัวเลือกห้ารายการที่ไม่เกี่ยวกัน
สมมติว่าคุณชอบรูปแบบอาหารประเภทหนึ่ง แต่ไม่ชอบกินวันละห้ามื้อ นั่นเป็นเหตุผลให้พิจารณาเปลี่ยนจำนวนมื้อ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบอาหารทั้งหมด หาก 30 วันรู้สึกเป็นระยะเวลาที่ผูกมัดเกินไป แต่ตัวเลือกอื่นเหมาะหมดแล้ว ก็ลดระยะเวลาแทนที่จะรื้อแผนใหม่ทั้งหมด
เช่นเดียวกัน หากคุณพอใจกับ Balanced แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องแคลอรี ให้แก้เฉพาะคำถามเรื่องแคลอรี คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้แผนที่ดูเข้มงวดกว่าเพียงเพื่อให้การตัดสินใจรู้สึกจริงจังขึ้น
การตรวจสอบครั้งสุดท้ายสามารถทำได้สั้น ๆ:
- นี่คือหมวดแผนอาหารที่ฉันต้องการจริงหรือไม่?
- ระดับแคลอรีที่เลือกสมเหตุสมผลในฐานะค่าประมาณสำหรับสถานการณ์ของฉันหรือไม่?
- ฉันจะกินอาหารที่วางแผนไว้สามหรือห้ามื้อได้จริงหรือไม่?
- ฉันสบายใจกับการใช้ชุดตัวเลือกนี้ตลอดระยะเวลาแพ็กเกจหรือไม่?
- ในช่วงเวลานี้ฉันต้องการ Thai, International หรือ Mixed?
- ฉันได้แจ้งสารก่อภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่?
- ช่วงเวลาจัดส่งในกรุงเทพฯ ที่เลือกเข้ากับสถานที่ที่ฉันจะอยู่เป็นประจำหรือไม่?
หากคำตอบทั้งเจ็ดข้อชัดเจน คุณก็ได้คิดผ่านส่วนสำคัญของการเลือกแผนไปเกือบทั้งหมดแล้ว
ประเด็นสำคัญ: เมื่อองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งของการตั้งค่า MEALZO รู้สึกไม่เหมาะ ให้ปรับเฉพาะส่วนนั้นก่อน แทนที่จะเปลี่ยนแผนทั้งหมด
จากนั้นคุณสามารถ ดูแผน MEALZO ที่มีให้เลือก และจัดชุดตัวเลือกให้เข้ากับกิจวัตรปกติของคุณ
FAQ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรูปแบบอาหารแบบไหน ควรเริ่มเลือกแผน MEALZO อย่างไร?
เริ่มจากคำอธิบายที่เรียบง่ายที่สุดว่าคุณต้องการกินแบบไหนจริง ๆ MEALZO มี 12 หมวด ตั้งแต่ Balanced ไปจนถึงตัวเลือกเฉพาะมากขึ้น เช่น Vegan, Keto, Gluten Free, Pescatarian, No Fish & Seafood และ Dairy & Egg Free หากคุณไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนในการเลือกหมวดเฉพาะ ให้เปรียบเทียบจากสิ่งที่แต่ละแผนเปลี่ยนแปลง แทนที่จะคิดว่าแผนที่มีข้อจำกัดมากกว่าจะดีกว่าโดยอัตโนมัติ
ควรเลือกระดับแคลอรีของ MEALZO เท่าไร?
MEALZO มี 1200, 1500, 1800, 2000, 2200 และ 2500 kcal ต่อวัน แอปมีเครื่องคำนวณแคลอรีโดยใช้สูตร Mifflin-St Jeor ซึ่งให้ค่าประมาณ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ใช้ค่าประมาณนั้นเป็นจุดเริ่มต้น แล้วพิจารณาว่าอาหารจากแพ็กเกจจะสัมพันธ์กับอาหารหรือเครื่องดื่มอื่นที่คุณกินตามปกติในแต่ละวันอย่างไร
แผน 3 มื้อหรือ 5 มื้อดีกว่ากัน?
ไม่มีแบบใดดีกว่าสำหรับทุกคน สามมื้ออาจเหมาะกับคนที่มีช่วงกินอาหารหลักสามช่วงชัดเจน ส่วนห้ามื้ออาจเหมาะกับคนที่ชอบมีช่วงกินอาหารที่วางแผนไว้บ่อยกว่า ตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงกว่าคือแบบที่เข้ากับตารางประจำวันโดยไม่สร้างมื้อที่คุณไม่มีเวลาหรือไม่ต้องการกินอยู่เป็นประจำ
ควรเริ่มด้วยแพ็กเกจ 3 วัน หรือเลือก 30 วันไปเลย?
ขึ้นอยู่กับว่าคุณมั่นใจกับการตั้งค่าที่เลือกแค่ไหน สามวันให้โอกาสทดลองรูปแบบในช่วงสั้น ๆ ส่วน 7 และ 14 วันช่วยให้คุณเห็นการใช้งานต่อเนื่องมากขึ้น แพ็กเกจ 30 วันเหมาะกว่าเมื่อคุณค่อนข้างมั่นใจแล้วกับรูปแบบอาหาร แคลอรี จำนวนมื้อ และสไตล์อาหารที่เลือก
MEALZO จัดการกับสารก่อภูมิแพ้ที่ลูกค้าแจ้งอย่างไร?
ลูกค้าสามารถแจ้งสารก่อภูมิแพ้จากเก้ากลุ่มได้ จากนั้นเมนูที่มีสารก่อภูมิแพ้ที่แจ้งไว้จะไม่ถูกจัดสรรให้กับลูกค้าคนนั้น นี่เป็นคำอธิบายกระบวนการจัดสรรเมนู และไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับประกันว่าอาหารใดปราศจากสารก่อภูมิแพ้
สามารถเลือกทั้งสไตล์อาหารและแผนอาหารได้หรือไม่?
ได้ แผนอาหารกับสไตล์อาหารเป็นคนละตัวเลือกกัน MEALZO มีแผนอาหาร 12 แบบ และสไตล์อาหารสามแบบ ได้แก่ Thai, International และ Mixed คุณจึงสามารถเลือกรูปแบบอาหารก่อน แล้วจึงเลือกว่าสไตล์อาหารใดเหมาะกับแพ็กเกจของคุณมากกว่า
ดูแผนอาหารของ Mealzo
เปรียบเทียบแผนอาหารหรือใช้เครื่องคำนวณเพื่อดูตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ